Bull Call Spread
กลยุทธ์ Bull Call Spread เป็นหนึ่งในกลยุทธ์พื้นฐานของการเทรดออปชั่นที่นิยมใช้ในสถานการณ์ที่นักเทรดมีมุมมองว่าราคาของสินทรัพย์จะเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง โดยกลยุทธ์นี้ช่วยจำกัดความเสี่ยงและต้นทุนในการเข้าเทรด เมื่อเทียบกับการซื้อ Call Option เพียงอย่างเดียว
โครงสร้างของกลยุทธ์
- ซื้อ Call Option ที่มี Strike Price ต่ำกว่า (ใกล้เคียงกับราคาปัจจุบันของสินทรัพย์)
- ขาย Call Option ที่มี Strike Price สูงกว่า (Out-of-the-Money)
- ทั้งสอง Option ต้องมี วันหมดอายุเดียวกัน
การดำเนินการนี้จะทำให้เกิด Net Debit หรือค่าใช้จ่ายสุทธิในการเข้าเทรด ซึ่งเป็นความเสี่ยงสูงสุดของกลยุทธ์นี้
Payoff Diagram

อธิบาย Payoff Diagram
- Buy 1 Call Option @ $50
- Sell 1 Call Option @ $55
- Net Premium Paid = $2 (หรือ $200 สำหรับ 1 สัญญา)
- Break-Even = $52
จุดสำคัญใน Payoff
- Max Profit = $300 (เมื่อราคาหุ้น >= $55 ณ วันหมดอายุ)
- Max Loss = -$200 (เมื่อราคาหุ้น <= $50)
- Break-Even Point = $52 (ราคาหุ้นที่เริ่มมีกำไร)
วิเคราะห์ผลตอบแทน
| ราคาหุ้น ณ วันหมดอายุ | สถานะของ Call ที่ $50 | สถานะของ Call ที่ $55 | กำไร/ขาดทุนสุทธิ |
|---|---|---|---|
| ต่ำกว่า $50 | ไม่มีค่า (หมดอายุไร้ค่า) | ไม่มีค่า (หมดอายุไร้ค่า) | ขาดทุนเต็ม $200 |
| เท่ากับ $52 | ได้กำไร $2 | ไม่มีค่า | คุ้มทุน (Break-Even) |
| เท่ากับ $55 | ได้กำไร $5 | ขาดทุน $0 (หมดอายุที่ราคาเดียวกัน) | กำไร $300 |
| มากกว่า $55 | ได้กำไร $5 | ขาดทุน $ (ส่วนเกิน $55) | กำไรยังคงจำกัดที่ $300 |
พฤติกรรมและการวิเคราะห์ Greek
- Delta: เป็นบวก แต่ต่ำกว่าการซื้อ Call Option เพียงอย่างเดียว
- Gamma: ต่ำกว่าการซื้อ Call Option เดี่ยว เนื่องจากมีการขาย Call Option ควบคู่
- Theta: อาจเป็นลบหรือน้อยกว่าการซื้อ Call Option เดี่ยว ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เหลือ
- Vega: ต่ำกว่าการซื้อ Call Option เดี่ยว เนื่องจากมีการขาย Call Option ควบคู่
การวิเคราะห์ Greek ช่วยให้นักเทรดเข้าใจถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนของกลยุทธ์ในสถานการณ์ต่าง ๆ
เทคนิคการตั้งค่า (Tuning & Optimization)
- เลือก Strike Price: ควรเลือก Strike Price ของ Call ที่ซื้อใกล้เคียงกับราคาปัจจุบันของสินทรัพย์ และ Strike Price ของ Call ที่ขายสูงกว่า
- ระยะเวลาหมดอายุ: เลือกวันหมดอายุที่เหมาะสมกับมุมมองตลาดและความผันผวนที่คาดการณ์
- การบริหารความเสี่ยง: คำนวณ Net Debit และกำหนดขนาดของ Position ให้เหมาะสมกับขนาดพอร์ตและความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ตัวอย่างจริง (Case Study: กำไร + ขาดทุน)
สถานการณ์: ราคาหุ้น XYZ ปัจจุบันอยู่ที่ $50 นักเทรดคาดว่าราคาจะขึ้นไปที่ $55 ในอีก 30 วันข้างหน้า
- ซื้อ Call Option ที่ Strike Price $50 ราคา Premium $3
- ขาย Call Option ที่ Strike Price $55 ราคา Premium $1
Net Debit = $3 - $1 = $2
ผลลัพธ์ ณ วันหมดอายุ:
- หากราคาหุ้นอยู่ที่ $55 หรือสูงกว่า → กำไรสูงสุด = ($55 - $50) - $2 = $3
- หากราคาหุ้นอยู่ที่ $52 → กำไร = ($52 - $50) - $2 = $0
- หากราคาหุ้นอยู่ที่ $50 หรือต่ำกว่า → ขาดทุนสูงสุด = $2
ข้อดี / ข้อเสียของกลยุทธ์
ข้อดี:
- จำกัดความเสี่ยงสูงสุดที่ Net Debit
- ลดต้นทุนเมื่อเทียบกับการซื้อ Call Option เดี่ยว
- เหมาะสำหรับมุมมองตลาดขาขึ้นในระดับปานกลาง
ข้อเสีย:
- กำไรสูงสุดถูกจำกัด
- หากราคาสินทรัพย์ไม่เคลื่อนไหวตามที่คาดการณ์ อาจขาดทุนเต็มจำนวน
- ไม่เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่คาดว่าราคาจะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง
Adjusting a Bull Call Debit Spread
Bull Call Debit Spread มีข้อจำกัดด้านเวลา และมีหลายปัจจัยที่ทำให้กลยุทธ์ล้มเหลว เช่น
- ราคาหุ้นไม่เคลื่อนไหวเร็วพอ
- ความผันผวนลดลง
- ระยะเวลาเหลือน้อยลง
หากราคาหุ้นลดลงจากช่วง Strike ของ Call Option เดิม นักลงทุนสามารถปรับสถานะโดยเพิ่ม Bear Put Debit Spread ที่ Strike เดียวกันและวันหมดอายุเดียวกัน เพื่อเปลี่ยนเป็นกลยุทธ์ Reverse Iron Butterfly
ตัวอย่างการปรับ:
เดิม:
- Buy 1 Call @ $50
- Sell 1 Call @ $55
ปรับโดยเพิ่ม:
- Buy 1 Put @ $50
- Sell 1 Put @ $45
- สมมติค่า Premium = $1.00 ➜ เพิ่มต้นทุน $100 และลด Max Profit ลง

ผลลัพธ์ของการปรับ:
- ได้กำไรหากราคาหุ้นลดลงต่ำกว่า $50
- แต่ต้นทุนรวมสูงขึ้น ➜ จุดคุ้มทุนใหม่ขยายออก
- กำไรสูงสุดจะจำกัดที่ $200
- ขาดทุนสูงสุดที่ $300
Rolling a Bull Call Debit Spread
หากใกล้หมดอายุแล้วราคาหุ้นยังไม่ถึงเป้าหมาย นักลงทุนสามารถ Roll สถานะไปเดือนถัดไปเพื่อขยายโอกาสในการทำกำไร
ขั้นตอน:
- ขายสถานะเดิม (Sell-to-Close)
- เปิดสถานะใหม่ในเดือนถัดไป (Buy-to-Open)
ตัวอย่าง:
- เดิม Bull Call Spread (March) ใช้ต้นทุน $2.00
- Roll ไป April โดยจ่ายเพิ่มอีก $1.00 ➜ ต้นทุนรวมเป็น $3.00

ผลลัพธ์ของการโรล:
- Max Profit ลดลงจาก $300 ➜ เหลือ $200
- Max Loss เพิ่มขึ้นจาก $200 ➜ เป็น $300
- จุดคุ้มทุนใหม่ขยับขึ้น ➜ Break-Even ที่ $53
Hedging a Bull Call Debit Spread
หากตลาดสวนทางและราคาหุ้นลดลง นักลงทุนอาจใช้ Bear Put Spread เพื่อป้องกันขาดทุน โดยเปลี่ยนโครงสร้างเป็น Long Butterfly
แนวทาง:
- เพิ่ม Bear Put Spread ที่ Strike เดียวกันและวันหมดอายุเดียวกัน:
- Buy 1 Put @ $50
- Sell 1 Put @ $45
การ Hedge แบบนี้จะ:
- ป้องกันความเสี่ยงจากการที่ราคาหุ้นลดลง
- เพิ่มต้นทุน ➜ ขยาย Break-Even
- สร้างโอกาสทำกำไรใหม่ในทิศทางขาลง
การเลือกใช้ต้องพิจารณา Risk/Reward โดยรวมของพอร์ต